เตียงนอนแบบมีลิ้นชักช่วยจัดระเบียบบ้าน

เตียงแบบมีลิ้นชักดีจริงหรือ ?

เตียงนอนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีกันทุกบ้าน มีไว้สำหรับพักผ่อนหย่อนกาย ต้องเลือกเตียงที่ถูกใจ เหมาะกับสไตล์การตกแต่งบ้าน และถ้าเลือกเตียงนอนขนาดใหญ่ แต่ห้องนอนมีขนาดเล็กก็จะคับห้อง กลายเป็นไม่มีที่เก็บของ ฉะนั้นแม้ว่าห้องนอนจะขนาดเล็ก ใหญ่ คุณก็สามารถจัดการพื้นที่เก็บของได้ด้วยเพิ่มลิ้นชักไว้ข้างล่างเตียงนอน แค่นี้ของที่รก ก็จะหายไป ด้วยการเพิ่มพื้นที่เก็บของ

โดยการเพิ่มพื้นที่เก็บของที่ว่านั้น หมายถึงการตกแต่งพื้นที่ว่างใต้เตียงให้กลายเป็นลิ้นชัก สำหรับเก็บของ เป็นการใช้พื้นที่ว่างใต้ที่นอนให้เป็นประโยชน์และหมดกังวลเรื่องฝุ่นใต้เตียง ที่มักมีกองกันอยู่เยอะ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะบิวท์อินบ้านใหม่หรืออยากเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เพราะเตียงในปัจจุบันนี้ก็มีการดีไซน์แบบมีลิ้นชักให้เรียบร้อย สะดวกต่อการใช้งาน ไม่ต้องต่อเติมเอง แถมยังเข้ากับรูปแบบห้องนอนอีกด้วย แต่ถ้าใครไม่อยากซื้อเตียงใหม่ ก็สามารถเอากล่องกันฝุ่น หรือตะกร้าเล็กๆมาไว้แทนลิ้นชัก เก็บของได้เหมือนกัน

ไอเดียเตียงนอนแบบมีลิ้นชัก

เตียงบิวท์อินไม้ ติดกับตัวกำแพงห้อง ฐานลอย ข้างใต้มีลิ้นชักอันใหญ่ เลื่อนเข้าเลื่อนออกได้เลย สะดวกและแข็งแรง

เตียงบิวท์อินไม้สีฟอก มีไอเดียแบบลิ้นชักคู่ มีที่จับใต้เตียง รูปลักษณ์คล้ายกับตู้ลิ้นชักของตู้เสื้อผ้า อีกทั้งยังออกแบบให้มีช่องวางหนังสือ หรือตั้งโชว์ของไว้บนหัวนอน ให้ห้องนอนกลายเป็นมุมส่วนตัวสำหรับคุณไปเลยแหละ

ลิ้นชักใต้เตียงแบบผ้าฉลุ ไอเดียนี้เป็นเตียงไม่บิวท์อินก็ได้ เป็นเตียงนอนเด็กขนาด 3 ฟุต ทำรางวางตะกร้าเนื้อผ้าลายฉลุข้างใต้ ให้เด็กๆเก็บของเล่นอย่างเป็นระเบียบ ถือว่าเป็นการฝึกระเบียบให้เจ้าตัวน้อยแต่เยาว์วัย และด้วยความที่ไม่ได้เป็นลิ้นชักไม้ ทำให้ไม่เป็นอันตราย

บิวท์อินเตียงนอนสำหรับคุณหนูตัวน้อย ด้วยทำบิวท์อินติดขอบผนัง เพื่อกันไม่ให้นอนดิ้นตก และลิ้นชักข้างล่าง เป็นรางยา ลิ้นชักขนาดเท่าขนาดที่นอน ไม่มีแบ่งเป็น 2 สามารถนำไปเก็บตุ๊กตา หรือผ้าปูที่นอนที่ซักใหม่ ผ้าขนหนู หยิบสะดวก เพราะสามารถเลื่อนออกมาได้เกือบสุด

ลิ้นชักช่องวาง การออกแบบลิ้นชักรุ่นนี้ เป็นที่นอนแบบหลุม ยกข้างล่างด้วยฐาน ไม่ทำลิ้นชักข้าง แต่ทำเป็นลิ้นชัก 3 ช่อง ตรงปลายเท้าแทน 3 ช่อง โดย 2 ช่องเป็นลิ้นชักแบบปิด อีกหนึ่งช่องตรงกลาง เป็นช่องวางของ แบบนี้เป็นดีไซน์เตียงที่น่าสนใจเช่นกัน

เตียงนอนแบบสูง อันนี้ไม่เหมาะกับเด็กอย่างยิ่ง เพราะความสูงของเฟอร์นิเจอร์ ลิ้นชัก บวกกับที่นอน มากกว่า 1 เมตร ด้านล่างทีนอนเต็มไปด้วย ลิ้นชัก 3 อัน แบบทรงสูง และลิ้นชักเล็กย่อยๆ ทำให้คุณประหยัดพื้นที่ตู้เก็บของในห้องไปเลย ดีไซน์นี้เหมาะกับห้องที่มีขนาดเลกมาก ต้องการพื้นที่จำกัด ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมาอยู่ใต้เตียงแทน

 

19 Aug 2015

ภาพแรกจากโปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์ในอดีต

บันทึกที่ทุกคนรู้จักกันถึงครั้งแรกอาจจะเป็นการวาดภาพขึ้นไปฉายบนโปรเจคเตอร์ คือการวาดภาพโดย ฮันเดอรื โจนาธาน ในปี 1420 จากการวาดภาพเป็นภาพแม่ชีถือบางสิ่งบางอย่าง น่าจะเป็นโคมไฟ มีหน้าต่างโปร่งแสงขนาดเล็ก มีภาพของปีศาจร้ายถือหอก ลีโอนาร์โด ดาวินชียังร่างภาพที่คล้ายกันในปี 1515 ทั้งหมดนี้มีแนวโน้มที่จะได้รับแรงบันดาลใจจากการสร้างโปรเจคเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุด โดยเรียกว่า ตะเกียงวิเศษ
ต่อมาในศตวรรษที่ 17 โคมไฟวิเศษได้รับการพัฒนาเป็นครั้งแรก การพัฒนาครั้งแรกกับกล้องรูเข็มและกล้องที่เป็นไปได้เท่านั้น โดยการที่ฉายภาพฉากที่เกิดขึ้นจริง เช่น ภาพของดวงอาทิตย์ บนพื้นผิว ในทางกลับกันโคมไฟวิเศษนี้มีโครงการสร้างจุดหมายอยู่ที่กล้องและโปรเจคเตอร์มากกว่า แต่ทั้งสองอย่างกลายของสองชนิดที่แตกต่างกันในแง่ของอุปกรณ์ มีการถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องทำน้องนี้ ของผู้คิดค้นและประดิษฐ์ดั้งเดิมของโคมไฟวิเศษเป็นบางส่วน แต่ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับกันมากที่สุดคือ คริสเตียน เฮย์เจน ได้พัฒนาอุปกรณ์เดิมในช่วงปลายยุค 1650 แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนที่ให้เครดิตกับพระ Athanasius Kircher ที่เยอรมัน เพราะเขาอธิบายถึงอุปกรณ์โปรเจคเตอร์ในหนังสือของเขา มีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการกล่าวถึงคาร์ซีในช่วงต้นปี 1646 แม้แต่จะอยู่ในการใช้งานเริ่มแรกที่เก่าแก่ที่สุด แต่มันก็แสดงถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ได้ฉายภาพปีศาจที่มหิมาได้ อุปกรณ์ของเฮย์เจน ได้รับขนานนามว่า โคมไฟของความน่ากลัว เพราะมันสามารถฉายภาพเหมือนได้ประจักษ์แก่ทุกสายตา

ปรเจคเตอร์ในยุคก่อนก็มีการพัฒนามาเป็นอุปกรณ์ของนักมายากล ที่จะฉายภาพพวกเขา ให้แวบๆ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย เอาไว้เคลื่อนไหววัตถุที่ไม่มีชีวิต หรือเปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็ว
โปรเจคเตอร์ในปัจจุบัน ในส่วนต้นและช่วงกลางของศตวรรษที่ 20 รูปแบบใหม่ของโปรเจคเตอร์ที่มาพร้อมกับต้นทุนต่ำที่เรียกว่า ฉาบทึบแสงที่ผลิตและวางขายในตลาดเป็นของเล่นสำหรับเด็ก โปรเจคเตอร์ทึบแสดงเป็นผู้บุกเบิกในการฉายภาพข้ามศีรษะของแหล่งกำเนิดแสงในการฉายทึบแสง หลอดไฟ

โปรเจคเตอร์ในปัจจุบัน

ส่วนในช่วงปลายปี 1950 และ 1960 โปรเจคเตอร์ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงเรียนและธุรกิจ เครื่องฉายแผ่นใสครั้งแรกถูกนำมาใช้ในกรมตำรวจ สำหรับการทำงานของตำรวจเรื่องบัตรประชาชน มันใช้ม้วนกับกระดาษแก้วมากกว่า 9 ริ้ว ที่ช่วยให้ลักษณะใบหน้าที่แสดง และในกองทัพสหรัฐ ปี 1945 ใช้เป็นครั้งแรกในการฝึกอบรม ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
ชนิดของโปรเจคเตอร์ที่เรียกว่าเครื่องฉายสไลด์ เป็นเครื่องแบบปกติใช้งานกันในปี 1950-1990 เพื่อนำเสนอในรูปแบบของความบันเทิง ในครอบครัวและเพื่อนๆ ส่วนต่อมาในปี 2000 ทั้งหมดถูกแทนด้วยภาพนิ่งดิจิตอล

13 Aug 2015

เครื่องฟอกอากาศแบบไหนดีที่สุด

เผยเคล็ดลับในการซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ดีที่สุด

การซื้อเครื่องฟอกอากาศเป็นเรื่องที่อาจจะซับซ้อนแต่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง ปัจจัยสำคัญสำหรับการเลือกพิจารณานั้นบางคนอาจจะมองหาความคิดเห็นหรือรีวิวของคนที่ใช้เครื่องฟอกอากาศ ความคิดเห็นที่น่าเชื่อถือย่อมสร้างโอกาสที่ดีในการค้นหาเครื่องฟอกอากาศที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ แต่เราได้ค้นหาและทำการวิเคราะห์มาให้คุณแล้วว่า ในบรรดาผู้คนที่ค้นหาและใช้เครื่องฟอกอากาศนั้น พวกเขาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบหรือปัจจัยใดมากที่สุด เราจะให้คะแนนนั้นๆและนำมาวิเคราะห์ให้คุณได้ทราบ ซึ่งมีทั้งหมด 10 รายการด้วยกันคือ

1. การกำหนดประเภทของเครื่องฟอกอากาศ ในตลาดมีเครื่องฟอกอากาศประมาณ 6 ประเภทมีดังต่อไปนี้
• การใช้แผ่นกรอง HEPA มีความสามารถในการกรองอนุภาค 0.01 ไมครอน รวมไปถึงฝุ่นละออง หรือสารเคมี หมอก สารก่อให้เกิดภูมิแพ้ และ เชื้อโรคเช่น แบคทีเรีย ไวรัส ขนาด 0.3 ไมครอนนั้นส่วนใหญ่มักจะระบุไว้ในโฆษณาซึ่งหมายถึง การอนุญาตให้อนุภาคผ่านไปได้ 3 ใน 1 หมื่นของอนุภาคทั้งหมด
• ประเภทของ HEPA ทางที่ดีควรจะเลือกที่ 95% ที่แย่ๆหน่อยก็อาจจะ ประมาณ 50% เราจะรู้ค่าเหล่านี้ได้อย่างไร? เพราะค่าจริงๆนั้นมันอาจจะดูยาก การสอบถามผู้ขายหรือมองหาจากป้ายสลากเป็นสิ่งที่อาจจะระบุได้
• Electret Type Electrostatically Charged Fibers ก็เป็นตัวกรองแบบไฟเบอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาซื้อได้ เมื่อใช้ควบคู่กับเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพที่ดีแล้ว คุณก็จะได้อากาศที่บริสุทธิ์ดีพออย่างที่คุณต้องการ
แต่อย่างไรก็ตาม ตัวกรองอากาศนี้จะมีประสิทธิภาพที่ลดลงไปเรื่อยๆ คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนมันในทุกๆ 3 เดือน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะถูกชดเชยไปกับประสิทธิภาพที่ดีของอากาศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อโรคภูมิแพ้ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA
• Electrostatic Precipitators: ประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศแบบนี้ จะอยู่ที่ 50-80% มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ HEPA แต่ข้อด้อยก็คือ แผ่นกรองแบบนี้จะมีประสิทธิภาพลดลงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เมื่อใช้ไป 3 วัน การบำรุงรักษาจะต้องดูแลเป็นพิเศษ และอากาศที่ได้รับก็ไม่ค่อยจะดีนัก พึงหลีกเลี่ยงเครื่องฟอกอากาศชนิดนี้
• Ionizers เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าแรงสูงในการจ่ายอนุภาค การติดตั้งจะต้องยึดติดกับผนังหรือฝ้าเพดาน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ฝุ่นละลองหลุดลอดเข้าสู่ปอดได้ ควรหลีกเลี่ยงประเภทนี้
• Ozone Generators มีหลายคนยังไม่ทราบว่าเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้เป็นผลิตภัณฑ์ต้องห้ามในประเทศแคนาดา แคลิฟอร์เนีย และไม่น่าสนใจเลย

2. ขนาดตัวเครื่องเมื่อประกอบรวมกับตัวกรองแล้ว พื้นผิวของตัวกรองมักจะลดการไหลเวียนของอากาศ เพื่อให้จับอนุภาคได้มากขึ้น ห้องก็จะมีอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น

3. ประสิทธิภาพของระบบทั้งหมด แม้ว่าตัวกรองแบบ HEPA จะมีประสิทธิภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เครื่องฟอกอากาศแบบบายพาส จะช่วยลดแรงดันกลับไปและความเย็นไปสู่มอเตอร์ การรั่วไหลบางอย่าง เช่น ตะแกรง เนื่องจากการออกแบบไม่ดี อากาศไม่อาจจะผ่านตัวกรองได้ ทำให้ไม่ได้รับกรองที่ดีและสะอากมากขึ้น ควรมองหาเครื่องฟอกอากาศที่รับประกันคุณภาพของระบบว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดและยาวนาน

4. อากาศที่เปลี่ยนแปลงต่อชั่วโมง หรือความเร็วของพัดลม ควรจะเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีค่าเปลี่ยนแปลงที่ 4-6 ต่อชั่วโมงเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดี แต่บางเครื่องอาจจะให้ค่าการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้นกว่ายี่ห้ออื่นๆ จึงทำให้มีเสียงรบกวนเสมอ ดังนั้นถ้าคุณไม่ชอบเสียงดัง ก็ควรจะเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีค่าความเร็วนี้น้อยๆ

5. ต้นทุนของตัวกรอง เครื่องฟอกอากาศจะมีตัวกรองหลักและ กรองก๊าซคาร์บอนซึ่งปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตัวกรองอากาศแบบเต็มระบบ ซึ่งจะมีอายุของตัวกรองแสดงไว้ให้พิจารณา ดังนั้นค่าใช้จ่ายของคุณจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาอายุของตัวกรอง

6. ความยากง่ายของการเปลี่ยนตัวกรอง ส่วนใหญ่ผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศมักจะทำให้การเปลี่ยนตัวกรองง่ายดายอยู่แล้ว แต่มีบางอย่างต้องมีการใช้เครื่องมือสำคัญหรือเฉพาะอย่างในการถอดชิ้นส่วน คุณภาพที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่า จะผลิตสินค้าให้ดูซับซ้อน แต่ต้องดูแลได้ง่ายและสะดวก

7. การเตือนการเปลี่ยนตัวกรอง การเปลี่ยนตัวกรองมีความจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันและไม่ส่งผลกับมอเตอร์ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การได้รู้ว่าถึงเวลาหรือยังที่ต้องเปลี่ยนตัวกรอง โดยระบบจะตรวจสอบความอุดตันของความไหลเวียนอากาศภายในตัวเครื่อง หากพบแรงดันเพิ่มขึ้น ก็เป็นการบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนตัวกรอง

8. การกำจัดกลิ่นและแก๊ส ผู้ผลิตหลายรายจะมีแผ่นกรองสำหรับคาร์บอน หรือก๊าซต่างๆ

9. การรับประกัน เครื่องฟอกอากาศที่ดีนั้นมักจะต้องมีการรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตอย่างน้อยประมาณ 5 ปี รวมทั้งมอเตอร์ บางผู้ผลิตมีการรับประกัน 8-10 ปี

10. นโยบายการรับคืนสินค้า เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงนั้น มีนโยบายการคืนสินค้าภายใน 30 วัน บางราย 60 วัน ซึ่งไม่ได้หมายถึงข้อบกพร่องของเครื่อง และเป็นการรับประกันความพึงพอใจ ให้ลูกค้านำไปใช้ก่อนสักระยะ แล้วลูกค้ารู้สึกพึงพอใจหรือไม่ สามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้เพียงพอหรือเปล่า? ไม่ควรจะซื้อเครื่องฟอกอากาศใดๆที่ไม่มีนโยบายการรับคืนสินค้า

24 Mar 2015