ยลโฉม Combi รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด จาก Jungheinrich

ยลโฉม Combi รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด จาก Jungheinrich

ยลโฉม Combi รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด จาก Jungheinrich

            Jungheinrich เปิดตัว รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมีชื่อเรียกว่า “Combi” สามารถเคลื่อนที่ได้ถึง 3 ทิศทาง มาพร้อมกับกำลัง ที่ช่วยรองรับการรีโหลด 1,600 กิโลกรัม และความสูงในการยกที่ 17.5 เมตร

นอกจากนี้ “Combi” ยังเป็นรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ยังสามารถทำงานสองกะ ได้ด้วยแบตเตอรีที่ชาร์จเพียงครั้งเดียว จึงช่วยประหยัดพลังงานสูงสุดได้ อีกทั้งยังมีระบบควบคุมการสั่นสะเทือน เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานบนพื้นที่ไม่ราบเรียบ ที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด

รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า “Combi” กับความพิเศษของระบบแบตเตอรี่อันทันสมัย

ความพิเศษของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นให่มล่าสุด อย่าง “Combi” ได้รับการติดตั้งระบบควบคุม ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ลงไป ซึ่งมาพร้อมมอเตอร์รุ่นล่าสุด ที่มีระบบจัดการกับพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ตัวรถยังมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ด้วยการออกแบบอย่างชาญฉลาด จึงช่วยลดน้ำหนักลงได้มากถึง 150 กิโลกรัม

ผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจโลจิสติกส์ของ Jungheinrich เผยว่า รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทำงานได้สองกะ โดยไม่ต้องชาร์จเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพของแบตเตอรี่อีกด้วย

รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า “Combi” สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 97%

ด้วยเทคโนโลยีมอเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า “Combi” ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ที่มีความสามารถจัดการกับพลังงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้เปรียบในด้านการลดต้นทุน อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาไม่แพง ซึ่งผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจโลจิสติกส์ของ Jungheinrich ได้เผยว่า มอเตอร์ตัวนี้มีประสิทธิภาพระดับ IE31 ถือเป็นระดับสูงสุดในการทำงานของรถของฟอร์คลิฟท์ เพราะมอเตอร์ตัวใหม่ล่าสุดนี้ สามารถเปลี่ยนพลังงาน 93 เปอร์เซ็นต์ ไปเป็นการทำงานได้ จึงช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้มากกว่าครึ่ง

รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า “Combi” สามารถยกของได้หนักขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

นับเป็นครั้งแรกที่ได้ติดตั้งระบบควบคุมการสั่นสะเทือน ลงไปในรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า “Combi” ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ Jungheinrich ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นกับตัวเสารถยก หรือแค๊บของคนขับ ที่เกิดขึ้นพื้นที่การทำงานไม่มีความราบเรียบ หรือวัสดุปูพื้นที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของตัวรถ

ซึ่งระบบควบคุมการสั่นสะเทือนนี้ สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความนุ่มนวล พร้อมกับทำความเร็วได้เพิ่มขึ้นถึง 30เปอร์เซ็นต์ บนพื้นผิวมาตรฐานทั่วไป ที่สำคัญ ระบบนี้ยังช่วยอำนวยความะดวกต่อการรีโหลด การขนส่ง และสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลงได้ด้วย