เครื่องฟอกอากาศ แบบไหนดีที่สุด

เครื่องฟอกอากาศ เคล็ดลับในการซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ดีที่สุด

การซื้อ เครื่องฟอกอากาศ เป็นเรื่องที่อาจจะซับซ้อนแต่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง ปัจจัยสำคัญสำหรับการเลือกพิจารณานั้นบางคนอาจจะมองหาความคิดเห็นหรือรีวิวของคนที่ใช้เครื่องฟอกอากาศ ความคิดเห็นที่น่าเชื่อถือย่อมสร้างโอกาสที่ดีในการค้นหาเครื่องฟอกอากาศที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ แต่เราได้ค้นหาและทำการวิเคราะห์มาให้คุณแล้วว่า ในบรรดาผู้คนที่ค้นหาและใช้เครื่องฟอกอากาศนั้น พวกเขาให้ความสำคัญกับองค์ประกอบหรือปัจจัยใดมากที่สุด เราจะให้คะแนนนั้นๆและนำมาวิเคราะห์ให้คุณได้ทราบ ซึ่งมีทั้งหมด 10 รายการด้วยกันคือ

1. การกำหนดประเภทของเครื่องฟอกอากาศ ในตลาดมีเครื่องฟอกอากาศประมาณ 6 ประเภทมีดังต่อไปนี้
• การใช้แผ่นกรอง HEPA มีความสามารถในการกรองอนุภาค 0.01 ไมครอน รวมไปถึงฝุ่นละออง หรือสารเคมี หมอก สารก่อให้เกิดภูมิแพ้ และ เชื้อโรคเช่น แบคทีเรีย ไวรัส ขนาด 0.3 ไมครอนนั้นส่วนใหญ่มักจะระบุไว้ในโฆษณาซึ่งหมายถึง การอนุญาตให้อนุภาคผ่านไปได้ 3 ใน 1 หมื่นของอนุภาคทั้งหมด
• ประเภทของ HEPA ทางที่ดีควรจะเลือกที่ 95% ที่แย่ๆหน่อยก็อาจจะ ประมาณ 50% เราจะรู้ค่าเหล่านี้ได้อย่างไร? เพราะค่าจริงๆนั้นมันอาจจะดูยาก การสอบถามผู้ขายหรือมองหาจากป้ายสลากเป็นสิ่งที่อาจจะระบุได้
• Electret Type Electrostatically Charged Fibers ก็เป็นตัวกรองแบบไฟเบอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาซื้อได้ เมื่อใช้ควบคู่กับเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพที่ดีแล้ว คุณก็จะได้อากาศที่บริสุทธิ์ดีพออย่างที่คุณต้องการ
แต่อย่างไรก็ตาม ตัวกรองอากาศนี้จะมีประสิทธิภาพที่ลดลงไปเรื่อยๆ คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนมันในทุกๆ 3 เดือน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะถูกชดเชยไปกับประสิทธิภาพที่ดีของอากาศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อโรคภูมิแพ้ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA
• Electrostatic Precipitators: ประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศแบบนี้ จะอยู่ที่ 50-80% มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ HEPA แต่ข้อด้อยก็คือ แผ่นกรองแบบนี้จะมีประสิทธิภาพลดลงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เมื่อใช้ไป 3 วัน การบำรุงรักษาจะต้องดูแลเป็นพิเศษ และอากาศที่ได้รับก็ไม่ค่อยจะดีนัก พึงหลีกเลี่ยงเครื่องฟอกอากาศชนิดนี้
• Ionizers เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าแรงสูงในการจ่ายอนุภาค การติดตั้งจะต้องยึดติดกับผนังหรือฝ้าเพดาน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ฝุ่นละลองหลุดลอดเข้าสู่ปอดได้ ควรหลีกเลี่ยงประเภทนี้
• Ozone Generators มีหลายคนยังไม่ทราบว่าเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้เป็นผลิตภัณฑ์ต้องห้ามในประเทศแคนาดา แคลิฟอร์เนีย และไม่น่าสนใจเลย

2. ขนาดตัวเครื่องเมื่อประกอบรวมกับตัวกรองแล้ว พื้นผิวของตัวกรองมักจะลดการไหลเวียนของอากาศ เพื่อให้จับอนุภาคได้มากขึ้น ห้องก็จะมีอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น

3. ประสิทธิภาพของระบบทั้งหมด แม้ว่าตัวกรองแบบ HEPA จะมีประสิทธิภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เครื่องฟอกอากาศแบบบายพาส จะช่วยลดแรงดันกลับไปและความเย็นไปสู่มอเตอร์ การรั่วไหลบางอย่าง เช่น ตะแกรง เนื่องจากการออกแบบไม่ดี อากาศไม่อาจจะผ่านตัวกรองได้ ทำให้ไม่ได้รับกรองที่ดีและสะอากมากขึ้น ควรมองหาเครื่องฟอกอากาศที่รับประกันคุณภาพของระบบว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดและยาวนาน

4. อากาศที่เปลี่ยนแปลงต่อชั่วโมง หรือความเร็วของพัดลม ควรจะเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีค่าเปลี่ยนแปลงที่ 4-6 ต่อชั่วโมงเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดี แต่บางเครื่องอาจจะให้ค่าการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้นกว่ายี่ห้ออื่นๆ จึงทำให้มีเสียงรบกวนเสมอ ดังนั้นถ้าคุณไม่ชอบเสียงดัง ก็ควรจะเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีค่าความเร็วนี้น้อยๆ

5. ต้นทุนของตัวกรอง เครื่องฟอกอากาศจะมีตัวกรองหลักและ กรองก๊าซคาร์บอนซึ่งปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตัวกรองอากาศแบบเต็มระบบ ซึ่งจะมีอายุของตัวกรองแสดงไว้ให้พิจารณา ดังนั้นค่าใช้จ่ายของคุณจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาอายุของตัวกรอง

6. ความยากง่ายของการเปลี่ยนตัวกรอง ส่วนใหญ่ผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศมักจะทำให้การเปลี่ยนตัวกรองง่ายดายอยู่แล้ว แต่มีบางอย่างต้องมีการใช้เครื่องมือสำคัญหรือเฉพาะอย่างในการถอดชิ้นส่วน คุณภาพที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่า จะผลิตสินค้าให้ดูซับซ้อน แต่ต้องดูแลได้ง่ายและสะดวก

7. การเตือนการเปลี่ยนตัวกรอง การเปลี่ยนตัวกรองมีความจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันและไม่ส่งผลกับมอเตอร์ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การได้รู้ว่าถึงเวลาหรือยังที่ต้องเปลี่ยนตัวกรอง โดยระบบจะตรวจสอบความอุดตันของความไหลเวียนอากาศภายในตัวเครื่อง หากพบแรงดันเพิ่มขึ้น ก็เป็นการบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนตัวกรอง

8. การกำจัดกลิ่นและแก๊ส ผู้ผลิตหลายรายจะมีแผ่นกรองสำหรับคาร์บอน หรือก๊าซต่างๆ

9. การรับประกัน เครื่องฟอกอากาศที่ดีนั้นมักจะต้องมีการรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตอย่างน้อยประมาณ 5 ปี รวมทั้งมอเตอร์ บางผู้ผลิตมีการรับประกัน 8-10 ปี

10. นโยบายการรับคืนสินค้า เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงนั้น มีนโยบายการคืนสินค้าภายใน 30 วัน บางราย 60 วัน ซึ่งไม่ได้หมายถึงข้อบกพร่องของเครื่อง และเป็นการรับประกันความพึงพอใจ ให้ลูกค้านำไปใช้ก่อนสักระยะ แล้วลูกค้ารู้สึกพึงพอใจหรือไม่ สามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้เพียงพอหรือเปล่า? ไม่ควรจะซื้อเครื่องฟอกอากาศใดๆที่ไม่มีนโยบายการรับคืนสินค้า